กลับไปหน้าบทความ ความรู้คลินิก

ราคาโปรแกรมบริหารคลินิก จ่ายเท่าไหร่ถึงคุ้ม? วิธีคิดงบก่อนเลือกระบบ

ราคาโปรแกรมบริหารคลินิก จ่ายเท่าไหร่ถึงคุ้ม? วิธีคิดงบก่อนเลือกระบบ
5 กรกฎาคม 2569 ClinixMate Team อ่าน 2 นาที
แชร์:
ราคาโปรแกรมบริหารคลินิก โปรแกรมคลินิก ราคา เลือกโปรแกรมคลินิก โปรแกรมบริหารคลินิก

สรุปคำตอบ

ราคาโปรแกรมบริหารคลินิกในตลาดไทยมีตั้งแต่หลักพันถึงหลักหมื่นบาทต่อเดือน ขึ้นอยู่กับรูปแบบการคิดเงิน (รายเดือน รายปี หรือซื้อขาด) จำนวนผู้ใช้งาน จำนวนสาขา และฟีเจอร์ที่รวมอยู่ในแพ็กเกจ วิธีประเมินความคุ้มค่าที่ตรงที่สุดคือ อย่าดูแค่ตัวเลขค่าบริการ แต่ให้เทียบกับ “งานที่ระบบมาช่วยทำแทน” เช่น งานแอดมิน งานรวมรายงาน งานไล่เช็กสต็อก และอย่าลืมถามต้นทุนแฝง เช่น ค่าติดตั้ง ค่าย้ายข้อมูล และค่า user เพิ่ม ก่อนตัดสินใจทุกครั้ง

ราคาโปรแกรมบริหารคลินิก มีรูปแบบไหนบ้าง

ก่อนเทียบราคาโปรแกรมบริหารคลินิกแต่ละเจ้า ควรเข้าใจก่อนว่าผู้ให้บริการคิดเงินไม่เหมือนกัน รูปแบบที่พบบ่อยมี 4 แบบ:

1. Subscription รายเดือน

จ่ายเป็นรายเดือน เริ่มต้นง่าย เลิกใช้ได้เร็ว เหมาะกับคลินิกที่อยากทดลองก่อน แต่เมื่อคิดเป็นรายปีมักแพงกว่าแบบเหมาจ่ายรายปี และบางเจ้าล็อกสัญญาขั้นต่ำ 12 เดือนอยู่ดี

2. Subscription รายปี

จ่ายก้อนเดียวต่อปี ราคาต่อเดือนมักถูกกว่าแบบรายเดือน เหมาะกับคลินิกที่ตัดสินใจแล้วว่าจะใช้ระบบจริงจัง ข้อควรระวังคือควรได้ทดลองดูระบบจริงหรือดูเดโมก่อนจ่าย

3. ซื้อขาด (License) + ค่าดูแลรายปี

จ่ายก้อนใหญ่ครั้งเดียว แล้วจ่ายค่า Maintenance รายปีเพิ่ม มักเป็นระบบติดตั้งในเครื่อง (On-Premise) ต้องมีคอมพิวเตอร์เซิร์ฟเวอร์เอง และการอัปเดตฟีเจอร์ใหม่มักช้ากว่าระบบคลาวด์

4. คิดตามจำนวนผู้ใช้หรือจำนวนสาขา

ราคาฐานดูถูก แต่พอเพิ่มพนักงานหรือเปิดสาขาใหม่ ค่าใช้จ่ายจะโตตาม จุดนี้ต้องคำนวณล่วงหน้าว่าอีก 1-2 ปีคลินิกจะมีผู้ใช้กี่คน

ต้นทุนแฝงที่ควรถามก่อนตัดสินใจ

ตัวเลขบนหน้าเว็บมักไม่ใช่ตัวเลขสุดท้าย คำถามที่ควรถามผู้ให้บริการทุกเจ้า:

  • ค่าติดตั้งและอบรม — รวมในแพ็กเกจหรือคิดเพิ่ม อบรมกี่ครั้ง ออนไลน์หรือถึงที่
  • ค่าย้ายข้อมูลเดิม — ถ้ามีข้อมูลลูกค้าใน Excel หรือระบบเก่า การนำเข้าคิดเงินไหม
  • ค่า user หรือสาขาที่เพิ่มขึ้น — เพิ่มพนักงาน 1 คน หรือเปิดสาขาใหม่ จ่ายเพิ่มเท่าไหร่
  • ค่าฟีเจอร์เสริม — ฟีเจอร์ไหนอยู่นอกแพ็กเกจหลักบ้าง เช่น การเชื่อมต่อ LINE OA หรือระบบแจ้งเตือนพิเศษ
  • เงื่อนไขการยกเลิกและการย้ายออก — ส่งออกข้อมูลได้เองไหม มีค่าธรรมเนียมการย้ายออกหรือไม่

ข้อสุดท้ายสำคัญมาก เพราะฐานข้อมูลลูกค้าคือทรัพย์สินของคลินิก หากระบบไม่ให้ส่งออกข้อมูล การย้ายระบบในอนาคตจะยากและมีต้นทุนสูง

วิธีคิดความคุ้มค่า: เทียบกับงานที่ระบบมาช่วยทำ

แทนที่จะถามว่า “แพงไหม” ให้ถามว่า “ระบบมาแทนงานอะไรบ้าง” ตัวอย่างการเทียบที่เจ้าของคลินิกใช้ได้จริง:

  1. เทียบกับการจ้างคนเพิ่ม — งานสรุปยอดรายวัน รวมรายงาน ไล่เช็กคอร์สคงเหลือ ถ้าต้องจ้างแอดมินเพิ่ม 1 คน ค่าจ้างราว 15,000-20,000 บาท/เดือน หรือราว 2 แสนบาท/ปี (ตัวเลขโดยประมาณ ยังไม่รวมสวัสดิการ)
  2. เทียบกับการต่อหลายระบบแยกกัน — ระบบจองคิว + POS + CRM + โปรแกรมสต็อก แยกกันจ่ายรายเดือนหลายเจ้า รวมกันมักเกินแสนบาทต่อปี และข้อมูลไม่เชื่อมกัน ต้องคีย์ซ้ำ
  3. เทียบกับความเสียหายที่ป้องกันได้ — ยาหมดอายุคาตู้ สต็อกหาย บิลถูกแก้โดยไม่รู้ตัว สิ่งเหล่านี้มีมูลค่าจริงแม้ไม่เห็นในบัญชี

ทั้งนี้ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับบริบทและการใช้งานจริงของแต่ละคลินิก ระบบเป็นเครื่องมือช่วยทีมทำงาน ไม่ใช่สิ่งที่รับประกันผลทางธุรกิจได้ด้วยตัวเอง

หากกำลังเปรียบเทียบหลายเจ้า ลองอ่าน วิธีเปรียบเทียบโปรแกรมบริหารคลินิกปี 2026 ประกอบ เพื่อดูปัจจัยอื่นนอกจากราคา เช่น ระบบหลายสาขาและทีมซัพพอร์ต

คลินิกขนาดไหน ควรตั้งงบเท่าไหร่

แนวทางตั้งงบแบบคร่าว ๆ ตามขนาดคลินิก:

  • คลินิกเปิดใหม่ 1 สาขา — เลือกระบบที่ครอบคลุมงานหลักครบ (นัดหมาย เวชระเบียน การขาย สต็อก) ในราคาเดียว ไม่ต้องจ่ายแยกหลายโมดูล งบหลักหมื่นต้น ๆ ถึงกลาง ๆ ต่อปีถือว่าสมเหตุสมผล
  • คลินิก 1-3 สาขาที่มีทีมงานหลายคน — ให้น้ำหนักกับระบบสิทธิ์การเข้าถึงตามตำแหน่ง รายงานแยกสาขา และการโอนสต็อกข้ามสาขา เพราะเป็นจุดที่งานเริ่มหลุดเมื่อทีมโตขึ้น
  • คลินิกที่วางแผนขยาย — ถามให้ชัดว่าค่าใช้จ่ายต่อสาขาที่เพิ่มคือเท่าไหร่ อย่าดูแค่ราคาปีแรก

ClinixMate ช่วยคุณได้อย่างไร

ClinixMate ใช้แนวทาง แพ็กเกจเดียว จ่ายรายปี 29,900 บาท (เฉลี่ยราววันละ 82 บาท) โดยรวมระบบหลักของการบริหารคลินิกไว้ในราคาเดียว ได้แก่ เวชระเบียนดิจิทัล (Digital OPD), นัดหมายและปฏิทินคิวแพทย์, การขาย/มัดจำ/บัตรกำนัล, สต็อกระดับ LOT พร้อมแจ้งเตือนวันหมดอายุ, CRM ติดตามคอร์สคงเหลือ และชุดรายงานสำหรับเจ้าของคลินิก ดูรายละเอียดแพ็กเกจได้ที่หน้าราคาโปรแกรมบริหารคลินิก

เรื่องที่เราเขียนไว้ตรงไปตรงมาบนหน้าเว็บ:

  • ข้อมูลลูกค้าเป็นของคลินิก ส่งออกเป็นไฟล์ Excel ได้ด้วยตัวเอง ไม่มีค่าธรรมเนียมการย้ายออก
  • การย้ายข้อมูลเดิมที่ซับซ้อนหรือปริมาณมากอาจมีค่าบริการเพิ่ม โดยแจ้งให้ทราบก่อนเสมอ
  • ฟีเจอร์เสริมบางส่วน เช่น LINE Hub และ Telegram Owner Bot เป็นแพ็กเสริมที่เปิดเพิ่มได้ ไม่ได้รวมในราคาหลัก

หากต้องการเห็นภาพรวมระบบก่อนดูราคา อ่านต่อได้ที่โปรแกรมบริหารคลินิกความงาม

บทสรุป

ราคาโปรแกรมบริหารคลินิกที่ “คุ้ม” ไม่ใช่ราคาที่ถูกที่สุด แต่คือราคาที่ชัดเจน ไม่มีต้นทุนแฝงเซอร์ไพรส์ และครอบคลุมงานหลักที่คลินิกใช้จริงทุกวัน ก่อนตัดสินใจให้ถามเรื่องค่าติดตั้ง ค่าย้ายข้อมูล ค่า user เพิ่ม และเงื่อนไขการย้ายออกให้ครบ

อยากประเมินว่า ClinixMate เหมาะกับคลินิกของคุณไหม ปรึกษาทีมงานฟรี — ดูระบบจริง ถามได้ทุกคำถาม ไม่มีการกดดันให้ซื้อ

ชอบบทความนี้? แชร์ให้เพื่อนรู้

บทความที่เกี่ยวข้อง

เปรียบเทียบโปรแกรมบริหารคลินิก 2026 สิ่งที่ต้องดูก่อนเลือก ความรู้คลินิก
อ่าน 2 นาที

เปรียบเทียบโปรแกรมบริหารคลินิก 2026 สิ่งที่ต้องดูก่อนเลือก

เปรียบเทียบโปรแกรมบริหารคลินิกความงาม ปี 2026 วิธีเลือกโปรแกรมบริหารคลินิก ที่เหมาะกับธุรกิจคลินิกของคุณ ฟีเจอร์สำคัญที่ต้องมี

Digital OPD คืออะไร? เปลี่ยนเวชระเบียนกระดาษเป็นดิจิทัลให้สอดคล้องแนวทาง PDPA ความรู้คลินิก
อ่าน 2 นาที

Digital OPD คืออะไร? เปลี่ยนเวชระเบียนกระดาษเป็นดิจิทัลให้สอดคล้องแนวทาง PDPA

Digital OPD คือเวชระเบียนดิจิทัลของคลินิก อธิบายข้อดีเทียบแฟ้มกระดาษ ขั้นตอนเปลี่ยนผ่านทีละขั้น และข้อควรระวังด้านข้อมูลส่วนบุคคลตามแนวทาง PDPA

โปรแกรมบริหารคลินิกความงาม คืออะไร? ทำไมคลินิกยุค 2026 ต้องมี ความรู้คลินิก
อ่าน 2 นาที

โปรแกรมบริหารคลินิกความงาม คืออะไร? ทำไมคลินิกยุค 2026 ต้องมี

ทำความเข้าใจว่าโปรแกรมบริหารคลินิกความงาม คืออะไร ทำงานอย่างไร และทำไมโปรแกรมบริหารคลินิก จึงสำคัญสำหรับคลินิกความงามในปี 2026

"เราไม่เพียงแค่เก็บข้อมูล…
แต่เราทำให้ข้อมูลของคุณทำงานเพื่อคุณ"
รับคำแนะนำสำหรับคลินิกคุณ